ออกมาดูโลก

posted on 14 Apr 2012 21:45 by zone-00  directory Diary
เขียนซะเพลิน ลืมไปเลย สุขสันต์วันสงกรานต์นะคะทุกคน ^^
ตอนนั้นปลายเดือนพฤศจิกายน ปี2554 เลยกำหนดคลอดมาซักระยะนึงแล้ว หมอบอกว่าไม่ควรเลยวันที่ 2 ธันวา ด้วยความที่กลัวก็กลัว แต่อยากคลอดธรรมชาติเพราะเค้าบอกว่าดีกับเด็กมากกว่า บวกกับเราไม่ค่อยถือพวกฤกษ์ยามเท่าไร เราเลยบอกหมอว่า งั้นก็รอจนถึงวันสุดท้ายนั่นแหละค่ะ ส่วนเวลาก็ หมอมีคิวว่างกี่โมงก็เอาตอนนั้นได้เลย เวลาผ่าเลยออกมาตอนประมาณเจ็ดโมงเช้า
ตัวเราก็รอ ร๊อ รอ แต่ในที่สุด นู๋ก็ไม่ออกมา หัวยังไม่ลงอยู่ดี เลยต้องผ่าซะงั้น ไปเข้าโรงพยาบาลตอนประมาณสี่ทุ่ม(ผ่าเช้าก่อนเก้าโมง ให้เข้าไปนอนได้หนึ่งคืนโดยไม่เสียตัง โอวดีมาก คุ้มม) ก็มีตรวจเลือด พยาบาลต้องใส่เข็มคาไว้เลยจะได้ไม่ต้องเจาะบ่อยๆ เข็มใหญ่โคด เจาะคาไว้ที่หลังมือซ้าย ปวดมากกก กัวว่าจะนอนดิ้นแล้วไปเกี่ยวอะไรเข้า เลือดกระฉูด แต่ก็นอนได้นะ ผ่านมาได้ๆ
พยาบาลมาปลุกอีกทีตอนตี5 เพื่อสวนทวาร กิ๊ซซซซ เกิดมาไม่เคยสวนเลย ครั้งนี้ครั้งแรก ความรู้สึกโล่งสบายอย่างไม่รู้สึกมาก่อน คิดว่านานๆทำทีก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่เป็นมะเร็งลำไส้ ไม่หมักหมมดี แล้วก็โดนลากเตียงไปห้องเตรียมผ่า มีพยาบาลลากเตียงไปให้ รู้สึกแปลกมาก ไม่เคยผ่าตัดเจ็บป่วยอะไรเลยตั้งแต่เกิดมา เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เข้าโรงพยาบาลด้วยซ้ำ พอไปถึงห้อง ก็มีคุณหมอมาคุยด้วยอีกสองคน คนแรกเป็นหมอเด็ก เป็นผู้หญิงดูมีอายุหน่อย ชื่อหมออรดี หมอดูใจดี แต่ก็น่าเกรงขามไปในตัว ประจำอยู่แต่ที่บำรุงราษฎร์เท่านั้น อีกคนเป็นหมอวิสัญญี เป็นผู้หญิงเหมือนกัน คุยเก่งมากกก จำชื่อไม่ได้แล้ว มีอายุหน่อยเหมือนกัน พอได้เจอหมอก็รู้สึกวางใจขึ้น เพราะดูฝากชีวิตไว้ได้
พอใกล้ถึงเวลา พยาบาลก็มาลากเราเข้าห้องผ่า ขอบอกว่าตื่นเต้นมากๆ เหมือนอยู่ในหนังเลย ห้องผ่าตัดสะอาดมาก รู้สึกประทับใจ ถ้าผ่าคลอดที่นี่ให้เอากล้องเข้าไปถ่ายได้ มีอัดวิดิโอไว้ด้วย เผื่อใครสนใจบอกได้555 นี่เป็นชอตที่ขอฤกษ์ไว้ โดนหมอดึงออกมาอย่างโหด ตอนผ่าไม่รู้สึกอะไรเลย แค่รู้สึกเหมือนมีใครมากดๆตัวตลอดเวลา คงเพราะบลอคหลังไว้ 
ดึงงงงงงงงงงงงงงงง
หมอเยื้อน กับ หมออรดี(คนที่ตัวเล็กๆ ข้างหลัง)
ขอบอกว่าผ่าไวมากไม่เกิน 5 นาที ทุกอย่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว รวมทั้งเราก็สลบไปอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน กร๊ากก แต่ก่อนนั้นมีอุ้มลูกมาให้ถ่ายรูปด้วย แล้วหมอก็ใส่ยาสลบให้เราไปนอนพัก สลบไปประมาณ 2 ชั่วโมง พอฟื้นมาก็รอดูอาการซักพัก ไม่มีอะไรผิดปกติ ก็โดนลากกลับห้องพัก
ชอบห้องพักที่นี่นะ เหมือนโรงแรมเลย สะอาด แพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย แต่อยู่แล้วสบายใจเลยเอาที่นี่ดีกว่า ที่นี่สนับสนุนนมแม่ และให้แม่อยู่กับลูกได้ตลอดเวลา ชอบตรงนี้มาก สามารถโทรไปที่เนอสเซอรี่ให้ไถนู๋มาหาแม่ได้ตลอดเวลา พักอยู่สามวันมั้ง ก็ออกจากโรงพยาบาล ผ่าคลอดไม่เจ็บอย่างที่คิด วันเดียวก็เดินได้แล้ว แต่กว่าแผลจะหายสนิทใช้เวลานาน ตอนนี้ผ่านมาสี่เดือน ถ้ากดแผลแรงๆก็ยังเจ็บอยู่(เจ็บข้างในนะ)   
หลังจากกลับมาบ้าน เดือนแรกหลังคลอดเป็นช่วงเวลาที่โหดร้ายที่สุดในชีวิต ไม่ค่อยมีน้ำนม แต่ตั้งใจจะให้นมลูกเองสุดๆ ขอบอกว่า เจ็บมากกกกกกก เจ็บสุดๆ โดนอะไรไม่ได้เลยแม้กระทั่งผ้าขนหนู ร้องไห้แทบทุกวัน ทั้งจิตตก ทั้งเจ็บ ทั้งลูกร้องไห้ตลอดเวลา สงสารนู๋แม่ก็ไม่ค่อยมีนม ทั้งโดนห้ามนู่นห้ามนี่ ห้ามกินนู่นนี่ ห้ามอาบน้ำก่อนกี่โมง ห้ามสระผมหนึ่งเดือน!! บ้าไปแล้ว ใครเป็นคนคิดวะ โกดมาก แต่ก็วีนจนได้สระ ฮ่าๆๆ บ้าจิไม่สระหนึ่งเดือน คงไม่ต้องสระอีกแล้วอ่ะ เพราะผมร่วงหมดหัว
แต่ในที่สุดก็ผ่านพ้นไปได้ เข้าใจเลยว่าคนหลังคลอดคิดสั้นหรือทำเรื่องไม่คาดคิดได้ง่ายๆ ต้องเข้มแข็งสุดๆอ่ะ อารมณ์แปรปรวนสุดๆ เคยได้ยินมาเยอะ มาเจอกับตัวนี่เข้าใจเลย ตอนนั้นแม่คิดว่านู๋ไม่น่ารักเลย ร้องไห้อยู่นั่นแหละ แล้วแม่ก็นั่งร้องกะนู๋นั่นแหละ ฮ่าๆ
แต่รู้อะไรไหม ตอนนี้นู๋น่ารักที่สุดเลย แม่รักมิวมากๆ ขอให้มิวโตมาโดยมีสุขภาพที่แข็งแรง
หลังจากผ่านเหตุการณ์นี้มา ขอบอกว่ารักแม่สุดๆ คนเป็นแม่ลำบากแค่ไหนกว่าจะเลี้ยงเรามาได้ขนาดนี้ ขอให้น้องๆทุกคนรักแม่ให้มากๆนะคะ ^^

นู๋เป็นผู้หญิง

posted on 30 Mar 2012 14:45 by zone-00
ถึงลูกมิว ...ย้อนหลังไปอีก 10 เดือน
ตอนนั้มี้กลับมาจากยุโรปแล้ว ตั้งท้องนู๋ได้ประมาณ 2 เดือน 
แน่นอนว่าก่อนไปยุโรป มี้ยังไม่ได้บอกใครเลย ยกเว้น สามี พ่อสามี แล้วก็แม่ของมี้เอง เพราะกัวว่าไป backpack ยุโรปแล้วจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น เลยตัดสินใจว่ายังไม่บอกใครดีกว่า พอกลับมาได้ หัวหน้าก็ดันนัดไปสิงค์โปร์เป็นการเร่งด่วน เพื่อประชุม เลยตัดสินใจบอกเจ้านายกับเพื่อนที่ทำงานตอนที่อยู่สิงค์โปรซะเลย ทุกคนดูตื่นเต้นมาก โดยเฉพาะพี่ที่ทำงานด้วย เพราะต้องเอางานเราไปทำทั้งหมดช่วงมี้ลาคลอด (น่าสงสารยิ่งนัก 555)
ตอนแรกดีใจที่ได้ไปสิงค์โปร เพราะอยากเที่ยว แต่นู๋เริ่มออกฤทธิ์ อาการแพ้ท้องดันเริ่มรุนแรงขึ้น จมูกไวสุดๆ กาแฟยังเหม็นเลย พวกน้ำส้มสายชูได้กลิ่นแล้วน้ำตาแทบไหล หน้างี้แดงไปหมด ท้องเริ่มอืด เกิดมาไม่เคยท้องอืดมาก่อน ก็มารู้ซึ้ง็คราวนี้ ทรมานมาก ต้องกินน้อยๆ แต่ถี่ๆแทน ช่วง2-3เดือนอาการพวกนี้เป็นทุกวัน แต่พอเริ่มเข้าเดือนที่ 4 อาการพวกนี้ก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง
พอกลับมาจากสิงค์โปรก็เริ่มหาหมอฝากครรภ์ ลองถามพี่ๆเพื่อนๆหลายๆคน คลอดกับใครดี คลอดที่ไหนดี คลอดอย่างไรดี ก็ได้ข้อสรุปว่าคลอดกับหมอเยื้อนที่บำรุงราษฎร์และจะคลอดธรรมชาติ
เวลาไปหาหมอก็ไปหาที่นวบุตร ที่อยู่ตรงตึก Q house sathorn เพราค่าบริการถูกกว่าไปโรงพยาบาล ไปถึงครั้งแรก หมอให้ฟังเสียงหัวใจนู๋ เวลาฟังก็ หมอเอาเจลเย็นๆใสๆมาทาที่ท้องแล้วเอาเครื่องซาวน์เสียงมาจ่อที่พุง เสียงก็จะออกลำโพงแบบดังมาก(ตกใจ) นู๋รู้ไหมเสียงหัวใจเต้นเร็วมาก 140 ครั้งต่อนาที เร็วกว่าผู้ใหญ่2 เท่า ตอนแรกที่ได้ยิน น้ำตามันไหลออกมาเลย เพราะมันเป็นเครื่องยืนยันที่แท้จริงว่า นู๋ได้เกิดมาบนโลกใบนี้แล้ว เข้าใจเลยว่า คนเป็นแม่รู้สึกยังงัย
พอซัก5 เดือน หมอก็ให้ซาวน์เพื่อดูความสมบูรณ์ มันก็มืดๆดำๆ แต่นู๋ก็ดุ๊กดิ๊กๆตลอดเวลา ทำให้มี้ดูออกว่าส่วนไหนคือแขน ขา ส่วนไหนคือหัว หัวใจนู๋เต้นตึ๊บๆเร็วมาก หมอบอกแข็งแรงมาก ไม่ต้องห่วง อึดจริงๆ แล้วหมอก็ถามว่า อยากรู้เพศไหม มี้ก็อยากรู้ หมอเลยดูให้ แต่นู๋หนีบไว้ หมอก็พยายามอยู่นาน ในที่สุดนู๋ก็เปิดเผยว่าตัวเองเป็นลูกสาวของแม่ ^^
หลังจากนั้นก็ไปพบหมอทุกเดือน จนถึงเดือนกันยา ต้องไปหาเดือนละสองครั้ง แต่ช่วงเดือนที่ 9 ของการตั้งครรภ์ เดือนพฤศจิกายน ต้องไปหาอาทิตย์ละครั้ง ช่วงนั้นเองที่น้ำเริ่มท่วมบ้าน ต้องอพยพครั้งใหญ่ไปบ้านอาม่า เพราะใครๆก็กลัวว่า ถ้าเจ็บท้องตอนน้ำมา จะอันตราย แต่จนถึงดิวที่หมอนัด นู๋ก็ยังไม่ยักกะจะยอมออกมาดูโลก เพราะหัวไม่ยอมลง ทุกคนบอกให้เดินเยอะๆ แม่ก็เดินเยอะแล้ว จน40weeks 41weeks ก็แล้ว นู๋ก็ยังคงนอนในท้องแม่ จนหมอแนะนำว่า ต้องผ่าออกแล้วล่ะ เพราะว่าอันตราย รกเริ่มเสื่อมแล้ว เด็กจะขาดอาหารและเสียชีวิตในท้องได้ แม่เริ่มpanic กัวไม่ได้เจอนู๋ เลยหาวันที่ดี แล้วนู๋ก็ได้ออกมาดูโลกเป็นครั้งแรกกก

กำเนิดมิวมิว

posted on 29 Mar 2012 16:06 by zone-00
หายไปนานมาก ฮ่าๆ ร้างราไปนาน
ตอนนี้กลับมาทำงาน(หลังจากลาคลอด 3 เดือน) ก็รู้สึกว่าว่างสุดๆ เพราะงานส่วนมากได้โอนถ่ายไปให้พี่อีกคนเรียบร้อยแล้ว ก็เลยว่าอยากจะเขียนบันทึกชีวิตหม่ามี้ ก่อนที่จะลืมไปซะก่อน เลยขุดเอา exteen เนี่ยแหละ กลับมาบันทึกเล็กๆน้อยๆละกันเนอะ (คิดถึงสมัยไปเรียนอเมริกา)
หลังจากที่แต่งงานเดือนพฤศจิกายน ปี 2553 พอขึ้นปีใหม่ ปี 2554 เรากับแฟนก็เริ่มคิดถึงเรื่องการมีลูก
 
น่าจะเป็นเพราะคนที่รู้จักหลายๆคน อยากท้อง แต่ไม่ท้องซักที่ ทั้งๆที่อายุรุ่นๆเดียวกัน แต่แต่งมา 2-5 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่ท้อง เรากะแฟนเลยคิดว่า ปล่อยๆเลยดีกว่า แฟนเราก็ไม่ค่อยแข็งเรง เลยคิดว่าไม่น่าจะติดเร็ว ถ้าปล่อยตอนมกรา ใช้เวลาซัก 4-5 เดือนถึงจะติด ก็ซักเดือนเมษาคงท้อง ลูกก็จะเกิดปีมังกร(2555) (พอดีตอนแรกอยากให้คนแรกเป็นผู้ชายมากๆ เพราะคิดว่าน่าจะดูแลน้องๆได้)
พอมากลางเดือนมีนาคมก็รู้สึกแปลกๆ ทำไมปจดยังไม่มาซักที... เลยลองไปซื้อตัวเทสมาเทสดู...
ตอนแกะกล่องก็รู้สึก อืมมม มันตื่นเต้นอย่างงี้นี้เองเนอะ
ตัวเทสจะให้เราปัสสาวะใส่กระปุกเล็กๆ แล้วใช้ตัวบีบ บีบปัสสาวะออกมาหยอดใส่ช่องเล็กๆที่เป็นหลุมกลมๆ แบบนี้
(พอดีไม่ได้ถ่ายไว้ตอนนั้น ขออนุญาตยืมภาพของ familygirl มาใช้นะคะ)
ถ้าขึ้น 2 ขีดดังภาพ ก็คือท้องจ้า ตอนที่ขีดที่สองมันค่อยๆชัดขึ้นมา ความรู้สึกมันแบบขนลุกเลยอ่ะ ในท้องเรากำลังมีสิ่งมีชีวิตล็กๆ เค้ากำลังค่อยๆเติบโต รู้สึกว่า....ตอนนี้ชีวิตเราไม่ใช่ของเราคนเดียวอีกต่อไปแล้ว
ก็ลงไปบอกพ่อ(สามี) กับสามี ตอนนั้นแฟนหน้าช็อคมาก 555 อยากถ่ายภาพเก็บไว้ พ่อแฟนก็เงียบๆ(เค้าเป็นอาจารย์หมอ มาดจะแบบเงียบๆหน่อย)
แล้วก็โทรไปบอกแม่ แม่ดูเป็นห่วง เพราะช่วงสงกรานต์กำลังจะไป backpack ที่ยุโรป แบบ11วัน กับแฟน 2 คน แบบถึกมาก ขึ้นรถไฟ แบกของเองเลย แต่จองรถไฟ โรงแรม เครื่องบินหมดแล้ว จะยกเลิกก็ไม่ได้ เลยคิดว่า เอาวะ!! นี่แหละจะเป็นทริปแรกของครอบครัวเรา!! เย้!!!
   
พอเขียนจบ ยังรู้สึกว่า มันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานเลยนะเนี่ย  เหอๆ เวลาผ่านไปไวมากๆ ตอนต่อไปจะเล่าถึงช่วงที่กลับมาจากยุโรป เลยละกัน (อยากเริ่มเขียนตอนหลังจากคลอดไวๆ)

May-Miu View my profile

Most of the photos took from Omnia + Canon G6